ไม่เพียงแค่ผิวเผิน
คอมเม็นต์ในแง่มุมของศิลปะี ท่ามกลางหัวข้อ ดนตรี งานเขียน และ ผิวเผิน
------------------------------------------------
ผมขอเกริ่มนิดนึงว่า ผมเองเป็นแค่นักอ่านรุ่นเยาว์ ไม่มีประสบการณ์ในการอ่านโชกโชนเหมือนหลายๆท่านที่เข้ามาคอมเม็นต์ในคอลัมต์นี้
ผมไม่ได้มีเหตุผลใดๆที่จะมาแก้ต่างงานเขียนของคุณอาทิตย์ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นว่ามันเป็นความไม่ยุติธรรมเลย ที่ตัดสินว่างานศิลปะชิ้นหนึ่งๆว่าดีหรือไม่ดี เพียงแค่สัมผัสโดยผิวเผิน
แต่ผมขอแสดงความคิดเห็นในมองมุมที่กว้างออกไป
เราสามารถที่จะกล่าวได้ว่าทั้ง ”งานเขียน” และ “งานเพลง” อยู่ในหมวดเดียวกัน คือหมวดศิลปะ
ผมลองเอาความคิดที่ว่า การอ่านแค่เพียง สองถึงสามหน้า ถ้าไม่ชอบแล้วก็วาง หรือ การฝืนใจอ่านให้จบๆ นั้นไปใช้กับดนตรีดู คงจะเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างแรงทีเดียว
ผมมิบังอาจนำงานเขียนของคุณอาทิตย์ไปเทียบเคียงกับบทเพลงอมตะที่ผมกำลังจะยกตัวอย่างต่อไปนี้ เพียงแค่ใช้ตัวอย่างจากบทเพลง (ซึ่งเป็นศิลปะแขนงนึงเหมือนกัน) เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นเท่านั้น
สมมุติถ้ามีคนฟังบทเพลง ซิมโฟนีหมายเลขเก้าของเบโธ่เฟ่น (Beethoven Symphony No.9) เพียงแค่สองสามนาทีแรก หรืออย่างดีขึ้นมาหน่อยเพียงแค่ท่อนสองท่อนแรกของเพลง (ความยาวทั้งหมดของเพลงประมาณ 71 นาที) คนๆนั้นอาจจะพลาดท่วงทำนองที่เรียกว่า “บทเพลงสำหรับมวลมนุษยชาติ” (ซึ่งอยู่ในท่อนที่สี่และห้า) เลยทีเดียว แล้วก็เดินไปบอกใครต่อใครว่า ซิมโฟนีหมายเลขเก้าของเบโธ่เฟ่น ไม่เห็นจะไพเราะเท่าไรเลย คนชอบกันไปได้อย่างไร
ก็คงจะเป็นที่น่าเสียดายแทนทีเดียว เพราะตั้งแต่ตอนที่เบโธ่เฟ่นแต่งเพลงนี้เสร็จในปี 1824 จนถึงบัดนี้ บทเพลงนี้ยังมีบรรเลงให้ได้ยินกันตามฮอลคอนเสริตในเมืองใหญ่ๆทั่วโลกอยู่เสมอ
หรืออีกกรณีนึงที่ นักเปียโนชื่อดังชาวรัสเซีย นิโคลัส รูบินสไตน์ (Nicholas Rubinstein) บุคคลที่ไชคอฟสกี้ (Tchaikovsky) ตั้งใจจะโชว์ผลงานใหม่ เปียโนคอนแชร์โต้หมายเลขหนึ่ง (Piano Concerto No.1) ของตัวเองให้ลองเล่นดูก่อนใครๆ แต่กลับโดนวิจารณ์ว่า เปียโนคอนแชร์โต้หมายเลขหนึ่งของไชคอฟสกี้นี้มัน “impractical, awkward and ineffective”
ไชคอฟสกี้เครียดมากกับคำวิจารณ์นี้ และเสียความรู้สึกมากๆในช่วงนั้น ทว่าไชคอฟสกี้ก็ยังคงยืนยันที่จะไม่ยอมเปลี่ยนโน๊ตในบทเพลงนี้แม้แต่ตัวเดียว ภายหลังไชคอฟสกี้ส่งบทเพลงนี้ให้กับ Hans von Bulow นักเปียโนอีกท่านเล่นแทน หลังจากนั้นบทเพลงนี้กลับกลายเป็นที่โด่งดัง และติดหูผู้คนในเวลาต่อมา ถึงขนาดนักเปียโนชาวจีนคนดังอย่าง Lang Lang เปิดเผยว่า บทเพลง เปียโนคอนแชร์โต้หมายเลขหนึ่ง ของไชคอฟสกี้ เป็นบทเพลงที่ทำให้เจ้าตัวอยากเล่นเปียโนให้เก่งๆ เพื่อที่จะเล่นบทเพลงนี้ให้ได้
ผมเพียงแค่รู้สึกไม่ยุติธรรมถ้าจะตัดสินงานศิลปะโดยผิวเผินเท่านั้นครับ
------------------------------------------------
------------------------------------------------
ผมขอเกริ่มนิดนึงว่า ผมเองเป็นแค่นักอ่านรุ่นเยาว์ ไม่มีประสบการณ์ในการอ่านโชกโชนเหมือนหลายๆท่านที่เข้ามาคอมเม็นต์ในคอลัมต์นี้
ผมไม่ได้มีเหตุผลใดๆที่จะมาแก้ต่างงานเขียนของคุณอาทิตย์ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นว่ามันเป็นความไม่ยุติธรรมเลย ที่ตัดสินว่างานศิลปะชิ้นหนึ่งๆว่าดีหรือไม่ดี เพียงแค่สัมผัสโดยผิวเผิน
แต่ผมขอแสดงความคิดเห็นในมองมุมที่กว้างออกไป
เราสามารถที่จะกล่าวได้ว่าทั้ง ”งานเขียน” และ “งานเพลง” อยู่ในหมวดเดียวกัน คือหมวดศิลปะ
ผมลองเอาความคิดที่ว่า การอ่านแค่เพียง สองถึงสามหน้า ถ้าไม่ชอบแล้วก็วาง หรือ การฝืนใจอ่านให้จบๆ นั้นไปใช้กับดนตรีดู คงจะเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างแรงทีเดียว
ผมมิบังอาจนำงานเขียนของคุณอาทิตย์ไปเทียบเคียงกับบทเพลงอมตะที่ผมกำลังจะยกตัวอย่างต่อไปนี้ เพียงแค่ใช้ตัวอย่างจากบทเพลง (ซึ่งเป็นศิลปะแขนงนึงเหมือนกัน) เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นเท่านั้น
สมมุติถ้ามีคนฟังบทเพลง ซิมโฟนีหมายเลขเก้าของเบโธ่เฟ่น (Beethoven Symphony No.9) เพียงแค่สองสามนาทีแรก หรืออย่างดีขึ้นมาหน่อยเพียงแค่ท่อนสองท่อนแรกของเพลง (ความยาวทั้งหมดของเพลงประมาณ 71 นาที) คนๆนั้นอาจจะพลาดท่วงทำนองที่เรียกว่า “บทเพลงสำหรับมวลมนุษยชาติ” (ซึ่งอยู่ในท่อนที่สี่และห้า) เลยทีเดียว แล้วก็เดินไปบอกใครต่อใครว่า ซิมโฟนีหมายเลขเก้าของเบโธ่เฟ่น ไม่เห็นจะไพเราะเท่าไรเลย คนชอบกันไปได้อย่างไร
ก็คงจะเป็นที่น่าเสียดายแทนทีเดียว เพราะตั้งแต่ตอนที่เบโธ่เฟ่นแต่งเพลงนี้เสร็จในปี 1824 จนถึงบัดนี้ บทเพลงนี้ยังมีบรรเลงให้ได้ยินกันตามฮอลคอนเสริตในเมืองใหญ่ๆทั่วโลกอยู่เสมอ
หรืออีกกรณีนึงที่ นักเปียโนชื่อดังชาวรัสเซีย นิโคลัส รูบินสไตน์ (Nicholas Rubinstein) บุคคลที่ไชคอฟสกี้ (Tchaikovsky) ตั้งใจจะโชว์ผลงานใหม่ เปียโนคอนแชร์โต้หมายเลขหนึ่ง (Piano Concerto No.1) ของตัวเองให้ลองเล่นดูก่อนใครๆ แต่กลับโดนวิจารณ์ว่า เปียโนคอนแชร์โต้หมายเลขหนึ่งของไชคอฟสกี้นี้มัน “impractical, awkward and ineffective”
ไชคอฟสกี้เครียดมากกับคำวิจารณ์นี้ และเสียความรู้สึกมากๆในช่วงนั้น ทว่าไชคอฟสกี้ก็ยังคงยืนยันที่จะไม่ยอมเปลี่ยนโน๊ตในบทเพลงนี้แม้แต่ตัวเดียว ภายหลังไชคอฟสกี้ส่งบทเพลงนี้ให้กับ Hans von Bulow นักเปียโนอีกท่านเล่นแทน หลังจากนั้นบทเพลงนี้กลับกลายเป็นที่โด่งดัง และติดหูผู้คนในเวลาต่อมา ถึงขนาดนักเปียโนชาวจีนคนดังอย่าง Lang Lang เปิดเผยว่า บทเพลง เปียโนคอนแชร์โต้หมายเลขหนึ่ง ของไชคอฟสกี้ เป็นบทเพลงที่ทำให้เจ้าตัวอยากเล่นเปียโนให้เก่งๆ เพื่อที่จะเล่นบทเพลงนี้ให้ได้
ผมเพียงแค่รู้สึกไม่ยุติธรรมถ้าจะตัดสินงานศิลปะโดยผิวเผินเท่านั้นครับ
------------------------------------------------

12 Comments:
เห็นด้วย..ชู..
ไม่พูดไรมาก เราคุยกันไปแล้ว
รวมพลังแข็งขัน
ชมรมของเราจงเจริญ
....
เฮ้ยๆๆ แต่เราคุยกันว่า มิชชั่น นี้จะเป็นความลับนี่นา
....
ชูเอามาลงบล๊อกแบบนี้ "เค้า" ก็รู้หมดสิ
เออ..ก็ได้ เลยถือโอกาส โคด สะ นา ซะเลย
....
เชิญสมัครสมาชิก "ชมรมคนรักท่อก" ค่ะ
ค่าสมัครฟรี
เครื่องแบบประจำชมรมยังไม่มี
แต่คิดไว้ว่าจะเป็นเสื้อยืดขาว
ที่หน้าอกด้านซ้าย
จะมีตัวอักษรสีน้ำเงิน ปักว่า ร.ท.
ย่อมาจาก "รักท่อก"
....
สมาชิกตอนนี้ มี ชู กระสาบ และ มิ้ม
ก่อการกันได้เมือตอนย่ำรุ่งของเมืองไทย หรือ ยามดึก ของอังกฤษและฝรั่งเศส
ของวันที่ 26 สิงหาคม 2548
ใครสนใจสมัครได้
เงื่อนไขไม่มีอะไรมาก
แค่ "โสด" อย่างเดียวค่ะ
By
carré de mim, at August 27, 2005 6:26 PM
ช่ายๆ ถูกต้องเลย มันไม่ยุติธรรมหรอก
การแสดงออกทางความคิดของแต่ละคน แตกต่างกันออกไป ซึ่งใครจะชอบหรือไม่ก็แล้วแต่
หากเปรียบดังความรัก การรู้จักใครซักคนเพียงแค่ผิวเผินแล้วมาบอกว่าเขาดีอย่างงั้นอย่างนี้
แต่เอาเข้าจริงๆ มันอาจไม่ใช่อย่างที่เราวาดฝันไว้ เพียงแต่เราต้องยอมรับ
ว่าแล้ว แบบนี้ ท่อกก็ดูดเข้าฝ่ายแค้นหมด แล้วจะเหลือเพลง แฟนไม่มี แฟนไม่มา ให้ใครร้องหนอ
ฮ่าๆๆๆๆ
By
kasab71, at August 27, 2005 6:30 PM
ด่วนค่ะ ด่วน
บล๊อกเกอร์ท่านนึงมาถามเดี๊ยนว่า
ชมรมคนรักท่อก มีกิจกรรมอะไรบ้าง
....
ต้องแจกแจงให้แน่ชัด
มิฉะนั้น จะโดนข้อหาซ่องโจรได้
....
เลยบอกไปว่า
ภารกิจหลักคือ หาแฟน
เพราะสอดคล้องกะการรับสมัครที่มีคนโสด เท่านั้น
ภารกิจที่สอง
เดินตามแนวคุณท่อก
เราจึงต้อง ไปจับปลา
อันนี้ สมาคมคิดว่า
จับได้ทั้งแบบมือเดียว และ สองมือ นะคะ
ภารกิจสาม
ยังคิดไม่ออก
คิดออกแล้วจะมาโพสต์ใหม่
....
จึงขอประกาศไว้ ณ ที่นี้
(เด้อ)
By
carré de mim, at August 27, 2005 6:52 PM
ว้า ไม่โสดสมัครได้ป่าวเนี่ย
เห็นด้วยกับชูฮวยนะ "ไม่ยุติธรรมถ้าจะตัดสินงานศิลปะโดยผิวเผินเท่านั้นครับ"
By
Lex Luthor, at August 28, 2005 12:54 AM
ไม่ได้เข้ามาบล็อกนานตกข่าวหมดเลย ถ้าอย่างไรโปรดชี้แจงกันบ้างครับ (ชู เราขอโทษนะ ที่เราห่างหายไป หวังว่านายคงให้อภัย)
By
Egas, at August 31, 2005 2:17 PM
ควันหลงจาก การเดินทางครั้งนี้ไม่ธรรมดา นี่ครับ ผมก็แฟนคอลัมพี่ท่อกครับ
By
เพื่อนดุ่ย, at September 01, 2005 12:24 AM
ช่ายๆ ควันลงจากคอมเม็นต์ของคอลัมม์กระท่อก
คุณหัวอุจจาระ
คุณลองเข้าไปอ่านคอมเม็นต์ตามหละกันครับ
http://www.manager.co.th/Columnist/ViewNews.aspx?NewsID=9480000108045
By
Chu Huey, at September 02, 2005 3:13 AM
เพิ่งจะรู้เรื่องนะเนี่ย...บทความกระท่อกทำให้ให้กูอินทุกที อ่านแล้วต้องอ่านให้จบเสมอ อย่างนี้แสดงว่ากูยังไม่เข้าใจถึงความมีชั้นเชิงในการเขียนรึเปล่าวะ
ฮ่าฮ่าฮ่า....
By
50..40..30..20....10....10!!!, at September 10, 2005 12:22 PM
เห็นด้วยเช่นเดียวกัน ครับ คุณชูฮวย
การฟังดนตรี การอ่านหนังสือ หรือทำอะไรที่มวลมนุษย์ในสังคม ไม่ได้ทำหรือประพฤติปฏิบัติกันทุกคน
การจะเข้าใจได้นั้น จำต้องบอกหนทาง ชี้แนะ วิธีการเข้าถึงสิ่งเหล่านั้น
ยกตัวอย่าง
การดูรักบี้ ...ตั้งแต่ผมเข้ามาเรียนที วช.ใหม่ๆ ผมดูไม่เป็นเลย ก็ยังสงสัยว่า ทำไมเพื่อนๆ พี่ๆ ถึงดูกันมัน มาก มากเกินไปป่าวพี่
แต่พอได้เล่น ได้เรียนรู้ ได้นั่งดูกับเพื่อนนักกีฬาโรงเรียน
ก็เข้าใจกฏกติกา นำไปถ่ายทอดให้พ่อแม่ จนเดี๋ยวนี้ดูเป็น ดูมันกันทั้งบ้าน จากไม่เคยสัมผัสกีฬานี้มาก่อนเลย
By
เที่ยง...เว้ย, at September 15, 2005 7:45 PM
Here are some links that I believe will be interested
By
Anonymous, at August 08, 2006 4:42 PM
Very best site. Keep working. Will return in the near future.
»
By
Anonymous, at August 12, 2006 7:14 AM
Greets to the webmaster of this wonderful site! Keep up the good work. Thanks.
»
By
Anonymous, at August 17, 2006 12:42 PM
Post a Comment
<< Home