Music is Life!!

Thursday, October 20, 2005

ดนตรีและการเมือง (Musical and Political Issues)

การเมืองบ้านเราตอนนี้ร้อนแรงเป็นไฟ ผู้บริหารประเทศในขณะนี้ ที่หลายๆคน (รวมทั้งผมด้วย) “เคยคิดว่าดี” เชื่อว่าสามารถจะบริหารบ้านเมืองได้ดีกว่ามี่เคยมีมา และนำชาติบ้านเมืองเดินไปในทิศทางที่ดี ไปๆมาๆที่ได้กลับตรงกันข้าม ความเลวความชั่วถูกเปิดโปงให้เห็นเนื้อแท้ที่เป็น “ทองเก๊” ไม่ใช่ “ทองแท้” (คล้ายๆชื่อของลูกตัวแม่งเอง)

สันดานที่แท้จริงเริ่มเผยให้เห็นเรื่อยๆ การกระทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาด้วยความมั่งคั่ง (ก็ไม่รู้จะหาไปทำไมเยอะแยะ ตายไปก็ยังใช้ไม่หมด) ญาติตระกลูตัวเองและพวกพ้องรวมไปถึงผู้ที่เคยมีอุปการะคุณทั้งหลาย ได้เป็นใหญ่เป็นโต ได้ตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งจริงๆแล้วข้อนี้ เป็นข้อห้ามข้อแรกๆที่ อ. ป๋วย อึ้งภาการณ์ บอกกับญาติตัวเองและคนสนิททั้งหลายที่มีตำแหน่งราชการขณะที่ อ. ป๋วย รับตำแน่งผู้ว่าการธนาครแห่งเป็นประเทศไทยว่า ไม่ต้องคิดเลยว่าจะได้เลื่อนยศเลื่อนขั้น หรือได้เอื้อประโยชน์ให้กับญาติหรือคนสนิมมากกว่าผู้อื่น ถ้าตราบใดที่ตัวท่านเองยังดำรงตำแหน่งสูงๆอยู่ ท่านจะไม่ช่วย เพื่อจะไม่ให้เป็นที่ครหาของคนทั้งประเทศได้

เป็นที่ชัดเจนว่า ญาติตระกลูทุกคนของท่านผู้บริหารประเทศขณะนี้ ได้เป็นใหญ่เป็นโตกันถ้วนหน้า และเผื่อแผ่ความร่ำรวยไปถึงผู้ใกล้ชิดอย่าง รวมทั้งคนขับรถ และคนรับใช้

คนไหนที่ไม่เห็นด้วย ก็หาว่าเป็นศัตรู และหาทุกวิธีทุกรูปแบบที่จะกำจัดพวกศัตรูเหล่านั้น คนไหนที่ดีก็คือคนที่เห็นด้วย สนับสนุนให้ทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่เดือดร้อน เอื้อประโยขน์แก่พวกของตน ไม่เห็นแก่ส่วนรวม ไม่ขัดแม้กระทั่งด่าพระสงฆ์คุณเจ้าก็ยอม เพื่อจะได้เป็นพันธมิตรที่ดี และมีผลประโยชน์ร่วมกันตลอดไป

น่าจะอายใจแทนคนพวกนี้จริงๆ ไม่รู้ว่าต้องตกนรกอีกกี่ชาติ ถึงจะกลับกลายมาเป็นคนธรรมดาสามัญกับเค๊าสักที

ฮีโร่ของหลายๆคนก็เลยเปลี่ยนจาก บุคคลที่อดีตเคยเป็น ตำรวจ นักธุรกิจ และปัจจุบันเป็นนักการเมือง มาเป็น นักข่าวที่กล้าพูดความจริง ที่ถึงแม้จะโดนฟ้องเป็นพันล้าน แต่อุดมการณ์ของตัวท่านเองและจุดยืนในชีวิตของท่านไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย

ผมก็ด้วยคนหนึ่ง ที่ขอนับถือท่านผู้นี้ด้วยความจริงใจ ต่อการกระทำของท่านที่เป็นเหมือนตนต้นไม้ต้นใหญ่ที่หยั่งรากลึก ไม่กลัมแม้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ หลายๆลูกพร้อมกันก็ตาม

คนที่ไม่ดี ผมก็ไม่อยากเอ่ยชื่อ แต่คนที่ดี (ดีจริงหรือเปล่า ตอนนี้ไม่รู้) ผมก็อยากจะประกาศเพื่อเป็นศิริมงคลต่อประเทศ อย่างคุณสนธิ ลิ้มทองกลุ

เมื่อผมมาคิดดูแล้ว ก็ไม่น่าเชื่อว่า เรื่องแนวๆนี้ก็สามารถจะมาผูกเกี่ยวกับดนตรีได้ด้วยเหมือนกัน

ผมขอยกตัวอย่างนักประพันธ์ คนดังคนเดิมของผม บีโธเฟ่น (Beethoven) เมื่อครั้งหนึ่ง บีโธเฟ่นเทิดทูนนโปเลียน (Napoleon) มากๆ ผมไม่แน่ใจว่าเทิดทูนด้วยสามาเหตุจริงๆเพราะอะไร แต่เทิดทูนขนาดที่ว่า บีโธเฟ่นอุทิศ ซิมโฟนี หมายเลข 3 (Symphony No.3) ให้กับ นโปเลียน ธรรมดาแล้วเวลาเราเรียกชื่อบทเพลงทางคลาสสิค เราจะเรียกโดยเริ่มจากชื่อของผู้แต่ง ตามด้วยชื่อประเภทของเพลง เช่น ซิมโฟนี เปียโนโซนาต้า (Piano Sonata) หรือ ไวโอลินคอนแชร์โต้ (Violin Concerto) และตามด้วยลำดับของประเภทของเพลงที่นักประพันธ์ท่านนั้นเคยแต่ง ถ้าจะให้ละเอียดหน่อย ก็จะตามด้วย ผมงานลำดับที่เท่าไหรของนักประพันธ์ท่านนั้น และในบันไดอะไร (ผมขอไม่พูดถึงรายละเอียดละกันครับ)

แต่ซิมโฟนีบทนี้มีความพิเศษตรงที่ว่า ตัวเบโธเฟ่นเองได้ตั้งชื่อไว้ด้วย ซึ่งธรรมดาแล้ว ถ้าเพลงนั้นไม่เด็ดจริงๆ หรือต้องการจะอุทิศให้ใคร ก็จะไม่ใส่ชื่อให้ ซึ่งโดยธรรมดาเบโธเฟ่นเองไม่ค่อยตั้งชื่อให้กับเพลงตัวเองต่อให้เพลงนั้นไพเราะมากๆก็ตาม อย่าง มูนไลท์โซนาต้า (Moonlight Sonata) เพลงนี้มีคนตั้วชื่อให้หลังจากที่เบโธเฟ่นตายไปแล้ว หรือเพลงที่คุ้นหูคนทั่วโลกอย่าง ซิมโฟนีหมายเลย 5 (Symphony No.5) ก็ไม่ได้ตั้งชื่อให้

ด้วยความที่เบโธเฟ่นประทับใจในตัวนโปเลียนมากๆ จึงอุทิศเพลงนี้ให้กับนโปเลียน โดยดั้งเดิมแล้วชื่อเป็นทางการของซิมโฟนีบทนี้คือ ซิมโฟนีหมายเลย 3 ผลงานลำดับที่ 55 ในบันได้เสียง อีแฟลต์ “โปนาปาต” (Symphony No.3 in E flat, Op. 55 “Bonaparte”)

ก็คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากนะครับ ว่าเบโธเฟ่นประทับใจและเทิดทูนนโปเลียนขนาดไหน

หลังจากนั้น ตามประวัติศาสตร์ที่พวกเรารู้กัน คือ นโปเลียนสถาปนาตัวเองเป็นเจ้าครองทวีปยุโรป

เบโธเฟ่นผู้ที่เคยเทิดทูนนโปเลียนอย่างหมดใจ ก็ต้องขอถอนตัวต่อการกระทำของนโปเลียนครั้งนี้ เบโธเฟ่นเกลียดนโปเลียนเข้าไส้ เบโธเฟ่นเปรียบนโปเลียนเหมือน ทรราช (Tyrant) เพราะไม่พอใจกับการกระทำของนโปเลียน กระดาษโน๊ตเพลงที่แต่งซิมโฟนีหมายเลย 3 ซึ่งยังไม่ได้นำออกไปตีพิมพ์ ก็ถูกเบโธเฟ่นใช้ปากกาขูดลบชื่อ “โปนาปาต” ออก ไม่ได้ลบธรรมดา แต่รุงแรงถึงขนาดที่ทำให้กระดาษเป็นรูเลยทีเดียว เหมือนไม่อยากให้ตัวหนังสือ “Bonaparte” อยู่บนกระดาษที่เขียนโน็ตเพลงไว้





ภายหลัง เบโธเฟ่นตั้งชื่อซิมโฟนีบทนี้ใหม่ว่า “อีรอยก้า” (Eroica) แทน ถึงแม้ว่าตามประศาสาตร์จะบอกว่า เบโธเฟ่นอุทิศผลงานชิ้นนี้ให้กับ ขุนนางผู้กล้าหาญสักท่านแทน (ผมจำชื่อไม่ได้) แต่โดยส่วนตัวผมแล้ว ไม่น่าจะมีใครมาแทนที่มหาบุรุษในอุดมคติของเบโธเฟ่นไปได้

วีรบุรษของบีโธเฟ่นก็เลยกลายเป็นเพียงจินตาการไป

ฉะใดก็ฉันนั้น แม้แต่ดนตรีก็ยังมี ”การเมือง” เข้ามาเกี่ยวข้องได้

...

ไม่ว่าตอนจบของการเมืองบ้านเราจะเป็นอย่าไงไรก็ตาม คนชั่วก็ยังได้ทำชั่วต่อไปหรืออย่างไรก็ดี ผมขอทิ้งท้ายสั้นๆ (แบบไม่มีอัคติ) ว่า “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตามสนอง”...สาธุ!!!