Music is Life!!

Thursday, May 11, 2006

วันว่างเมื่อใกล้สอบ

วันก่อนด้วยความเบื่ออ่านหนังสือมากๆ (ทั้งๆที่ก็ใกล้สอบ) จึงเข้าไปแก้เบื่อในโลกเสมือน เล่นไปเล่นมาสักพัก ทำให้รู้ว่า wikipedia เป็นเว็บที่ดีมากๆ ให้ความรู้แบบไม่มีวันหมดจริงๆ ลิงค์ไปได้เรื่อยๆ

แต่สุดท้ายผมไปเสียเวลากับ hi5 ซะมาก ด้วยการเข้าไปเติมข้อมลูของตัวผมเอง โดยเฉพาะหน้า "Interest" ที่ถามหลายๆอย่างเกี่ยวกับดนตรี เลยเสียเวลาตอบไปซะนานทีเดียว

เลยเอามาให้ดูขำๆกันนะครับ

About Me
Economics is difficult.
UK is cold.
English food is suck!!
...
but Thai girls are prettier na.

Who I'd Like To Meet
"The one", so ... where are you?!?!?

Interests
Music without word that can speak right to your heart!!

By the way, the 2nd movement of Beethoven Piano Sonata No.32 is where Jazz was first invented; thus, Jazz lovers check it out!!! คลิกเพื่อลองฟัง (ส่วนของแจ๊สเริ่มนาทีที่ 6.25)

as well as, painting and antique.

Favorite Music Genres
Classical

All Time Favorite Artists/Bands
Leonard Bernstein/his bands
Mariss Janson/his bands
Artur Rubinstein/his Steinway
Kyung Wha Chung/her Strad
Yo-Yo Ma/his Davidoff

and much more...

Favorite Song
Currently the 2nd movement from Spring" Sonata. คลิกเพื่อลองฟัง

But all time Favorite is the only Violin Concerto from Beethoven; where Einstein realised "there is a God in heaven".

Favorite Album
The Rachmaninov Orchestral works/Mariss Janson
The Mahler Symphonies/Leonard Bernstein

Favorite Music Video
The Triple Concerto from Barenboim, Perlman and Ma with Berlin in 1995

Current Favorite Artists/Bands
Sir Neville Marriner/Academy of St. Martin in the Fields
Sir Simon Rattle/Berlin Phil.

Favorite Movies
Meet Joe Black
"If you haven't try, you haven't live." - William Parrish

Favorite TV Shows
The Simpsons
"D'oh !!!" - Homer Simpson

Favorite Books
Tuesday with Morrie
"Death ends life, not relationship." - Morrie Schwartz

Favorite Quote
"Music is something transporting me to another sphere; where my soul actually resides." - me

10 Comments:

  • "Bloody hell,..."555

    "the 2nd movement from Spring" Sonata
    ช่างเหงาจับใจ กูเหลือเกิน
    นี่คงเป็นเหตุผลที่กู ฟังเพลงclassic ไม่ไหว
    เวลาเศร้าก็ เค้นกันจนน้ำตาแห้ง
    เวลาเหงาก็ เอาซะจนรู้สึกเค้วง
    เวลาจะโครมคราม ก็เอาซะจนใจเต้นไม่หยุด

    กูยังจำ แผ่นที่มึงwriteมาให้กูได้
    กูบอกว่าจะเอามาเปิดเพลินเพลิน ตอนอ่านหนังสือ
    เสือกเล่นเอากูใจเตู้น จนนอนไม่หลับ

    "No music, no life
    live your life, live your music" กศลน

    By Anonymous ซ่าน, at May 12, 2006 10:53 AM  

  • มีตะคนถาม(ก็มีสองคนอะนะ) ว่าเราไปอังกฤษนี่จะเจอชูไหม

    เราก็ตอบชาวบ้าน (ซึ่งมี่สองคนเหมือนเดิม)ว่าคงไม่ได้เจอ เพราะว่าชูติดสอบ อีกอย่างหลังจากแยกย้ายกับหมู่คณะที่ไปเที่ยวทางเหนือและสกอตแลนด์แล้ว เราจะฉายเดี่ยวลงมาลอนดอนและวางแผนจะอยู่สามวัน คงไม่มีเวลา(และไม่มีเงิน อิอิ)ไปเจอชูที่ โคเวนทรี เป็นแน่ เราคิดว่านัดของเรากับน้องหินตั้ง หรือ กับน้องอ่างอาบน้ำโรมัน สำคัญกว่า (ฮ่า)

    เลยเห็นทีต้องคุยกับชูทางโปรแกรมฝึกพิมพ์เหมือนเคย

    ดีใจที่ชูอัพบล๊อกละ แล้วก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องดนตรีเหมือนเดิม สนุกดีและเห็นด้วยว่า piano sonata n.32 นี้มีความเป็นแจ๊สอยู่มากเชียว ไม่น่าแปลกใจที่ชูบอกเราว่าสำหรับชู แจ๊สเริ่มต้นที่นี่ ไม่ใช่ต้นปี 1990 อย่างที่หลายคนเชื่อกัน

    ก็ยังสงสัยติดใจกับประโยคที่คุยกับชูว่า คนไม่ชอบแจ๊สจะไม่ชอบดนตรีคลาสสิค เพราะคลาสสิคกับแจ๊ส เป็นแนวการเล่นขั้วตรงข้ามกันอย่างสุดๆ แต่สำหรับเรา ทำไมเราดันชอบทั้งคลาสสิค ทั้งแจ๊ส แต่มีข้อแม้ว่าเราไม่ได้ชอบไปซะทุกเพลง บางเพลงคลาสสิคเราฟังแล้วก็ไม่เพราะ ไม่เข้าใจ พอๆกับที่ฟังแจ๊สบางเพลงแล้วก็เบื่อกับความช้าแปลกๆ แถมบางเพลงเล่น out มากไปอีก เราก็ไม่เข้าใจอีก

    เราฟัง jazz ได้ดีเสมอ ในจังหวะ bossa และ swing พอๆกับที่ฟังเพลงคลาสสิคของโมสาร์ตและบาร์กแล้วเคลิบเคลิ้มเสมอ

    เราก็เลยคิด(เอาเอง)ว่าจริงๆการฟังดนตรีมันไม่น่าจะมีกำแพงว่า คนชอบแจ๊สจะไม่ชอบคลาสสิค หรือ อะไรทำนองนี้หรอก ทางที่ดีควรจะเป็นการลองฟังมากกว่า ตั้งสมาธิฟังให้ดีและลองหลายๆแบบ บางทีอาจจะค้นพบความชอบของตัวเองซ่อนอยู่ก็ได้

    ตอนนี้เราค้นพบแล้วว่า เราไม่ชอบเพลงป๊อป ฟังได้นะ แต่ไม่รู้สึกอยากจะซื้อเก็บไว้ ก็ต้องฟังบ้างเพื่อความทันสมัย เข้ากับชาวบ้านชาวเมือง แต่เรารู้สึกสนุกในการฟังเพลงภาษาโปรตุเกสที่เราไม่เคยรู้จักแล้วเดาความหมายจากความใกล้เคียงกับภาษาฝรั่งเศสมากกว่า ดนตรีอีกอย่างที่เราสนใจคือ เจ้า percussion และ ดนตรีเซลติก เราว่าเค้าตั้งใจเล่นดี มีดนตรีหลายชิ้นน่าสนใจ

    ไว้ฟังแล้วได้เรื่องยังไง จะมาคุยด้วย เพราะสำหรับเรา music ก็ is a part of my life เหมือนกันแหละ

    By Blogger carré de mim, at May 12, 2006 1:39 PM  

  • This post has been removed by a blog administrator.

    By Blogger carré de mim, at May 12, 2006 1:39 PM  

  • แน่นอนซ่าน เพราะว่า

    "Music is the language of the spirit. It opens the secret of life bringing peace, abolishing strife."

    ช่วงนี้เป็นช่วงที่กูเหงามากๆ (ที่สุดหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ)
    เพลงนี้เหมือนกันมันเข้าใจความรู้สึกลึกๆของกูตอนนี้ได้ดี

    ปกติแล้วกูบรรยายความรู้สึกของเพลงมาเป็นคำพูดไม่เก่ง
    แต่เวลากูฟังเพลงนี้ทีไร มันเหมือนกับ กูกำลังฟังคนสองคนกำลังคุยกันอยู่ (ระหว่างเปียโนกับไวโอลิน) คุยกับแบบ ง่ายๆ ชิวๆ สบายๆ อากาศเย็นๆ ไม่รีบไม่ร้อนไปไหน มองไปข้างนอกเห็นใบไม้ไหวเบาๆ บ้างครั้งก็คุยเรื่องเศร้า บ้างครั้งก็เรื่องที่ทำให้ยิ้มได้บ้าง และต่างคนก็ต่างเข้าใจซึ่งกันและกัน และแน่นอนที่สุด คุยกันได้ไพเราะมากๆด้วย

    ถ้าได้ฟังกับเครื่องเสียงดีๆด้วยแล้วนะ ความรู้สึกอีกอย่างที่กูจะได้ก็คือ "กูเหมือนได้หลุดไปอีกโลกนึง" วะ (เว่อร์มั้ย)

    ยิ่งตอนใกล้จะจบ ก็แทบอยากหลับตามเพลงให้ฝันดีไปเลยวะ

    ๕๕๕ ขำๆนะ

    สำหรับคุณมิ้ม อาจจะมีการเข้าใจผิดนิดนึงนะครับ คือจริงๆแล้วคนฟังคลาสสิค ก็ฟังแจ๊สเยอะ นักแต่งเพลงหลายๆคนในยุคหลังๆก็แต่งแจ๊สเยอะ เช่น George Gershwin นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน ที่แต่ง Rhapsody in Blue เป็นต้น

    เท่าที่ผมเข้าใจ แจ๊สก็คือ การพัฒนาของเพลงคลาสสิคอีกขั้นนะครับ เพราะถ้าไม่ใช่การพัฒนาของเพลงคลาสสิคแล้ว เบโธเฟ่นคงไม่สามารถแต่ง Piano Sonata No.32 ตั้งแต่ปี 1820s ซึ่งมีกลิ่มอายของแจ๊สอยู่เต็มๆในวาริเอชั่นนึง (แต่นักวิเคราะห์ดนตรีหลายคนให้ความเห็นว่า ยังมีบางที่ยังให้มันไช่แจ๊สเต็มรูปแบบ) แต่มันก็คือการพัฒนาของมัน ซึ่งทำให้แจ๊สเกินขึ้นเต็มตัวในปี 1920s ในอเมริกา

    ฉะนั้นแจ๊สไม่ใช่แนวเพลงคนละขั้วกลับคลาสสิคนะครับ แต่เป็นการพัฒนามาจากคลาสสิคนะครับ

    ถ้ามองแบบเป็นกลางนะครับ ไม่ได้เข้าข้างเบโธ่เฟนนะครับ เพลงของเบโธ่เฟนเพลงนี้แสดงถึงหัวก้าวหน้าของเบโธ่เฟนมากๆ ที่สามารถแต่งเพลงในโลกอนาคต ที่กลายเป็นที่นิยมในเวลาต่อมาอีกร้อยปีให้หลังได้ โดยในช่วงที่แต่งนั้นเป็นปั้นปลายของชีวิต ที่ต้องนอนทรมานอยู่บนเตียงอย่างเดียว และหูก็หนวกสนิท!!

    By Blogger Chu Huey, at May 12, 2006 4:04 PM  

  • ตอนเด็กเด็ก เคยอ่านหนังสือ
    เบโธเฟ่น ยัง conductและเล่นเปียโนอยู่เลย
    ตอนที่ หูเริ่มหนวกแล้ว

    พอเล่นเสร็จ ผู้ฟังลุกขึ้นตบมือกันใหญ่
    แต่เบโธเฟ่นก็ เดินเข้าหลังเวที ไปเลย
    เพราะหูหนวก ไม่ได้ยินเสียงตบมือ
    จนมีคนไปบอก เบโธเฟ่น ถึงออกมาขอบคุณคนฟัง

    ปล. กูอ่านจาก หนังสือสารคดีบุคคลสำคัญของโลก ฉบับการ์ตูนน่ะ มึงน่าจะเคยอ่านตอนเด็กเด็ก

    "Without music, life would be an error" ~ Friedrich Nietzsche

    By Anonymous ซ่าน, at May 12, 2006 10:13 PM  

  • ฟังเพลงแล้วเหงาจับใจดังว่าจริงๆ

    ให้ตายเถิด อยากจะรู้ว่าจะมีคนเหงาตายไหม

    By Anonymous ท่อก กระหล่ำปลีกุล, at May 13, 2006 1:31 AM  

  • แน่นอน คุณกระหล่ำปลีกลุ ก็ต้องมีเหงากันบ้าง อยู่ตัวคนเดียวนิ อยู่มานานแล้วด้วย ๕๕๕

    แน่นอน ซ่าน เป็นอย่างที่เคยอ่านมานั่นแหละ

    "ชลใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก" - ร.๖

    By Blogger Chu Huey, at May 13, 2006 2:56 AM  

  • "อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ คนนั้นเหมาะคิดกบฎอัปลักษณ์"

    By Blogger carré de mim, at May 13, 2006 12:54 PM  

  • Your are Nice. And so is your site! Maybe you need some more pictures. Will return in the near future.
    »

    By Anonymous Anonymous, at August 13, 2006 12:36 AM  

  • ช่วงใกล้สอบแล้วก้อควรตั้งใจอ่านหนังสืิกันหน่อยนะ สู้ๆๆๆๆ

    By Anonymous แปลภาษาเกาหลี, at November 03, 2009 6:19 AM  

Post a Comment

<< Home