"If I were not ..., I probably would be ..."
“If I were not a physicist, I would probably be a musician. I often think in music. I live my daydreams in music. I see my life in terms of music. ... I get most joy in life out of music.” - Albert Einstein
So would I, Dr.
ผมได้ลองรวบรวมเพลงในแบบฉบับของผมที่คิดว่าคนทั่วไปน่าจะเคยได้ยินกันแล้วชอบ
ผมตั้งชือให้ว่า Romanze Vol.1 เพราะเพลงที่ผมเลือกออกจะโรแมนติกซะเกือบหมด ผมกะเวลาให้ไม่เกิน 80 นาที ฉะนั้นสามารถอัดไว้ฟังเป็นซีดีได้นะครับ
การเรียงลำดับเพลงของผม ใจนึงก็อยากจะจินตนาการเหมือนกันการกินอาหารหรูหราของคนฝรั่ง ที่ต้องมีอุปกรณ์มากมาย ช้อนซ่อมเป็นสิบคัน แก้วหลายๆใบ เสริฟเป็นจานใหญ่ๆหลายๆชุด และต้องแต่งตัวดูดีๆหน่อย ไม่งั้นเดี๋ยวบ๋อยจะเหยียดเอา
แต่พอมาคิดดูแล้ว ผมลงความเห็นกับตัวเองว่า ให้จินตนาการเหมือนกำลังกิน"โต๊ะจีน"แบบบ้านเราดีกว่า อุปกรณ์การกินมีแค่ตะเกียบหนึ่งคู่ ช้อนเล็กๆหนึ่งคัน แก้วน้ำหนึ่งใบ กระดาษทิชชู่ผืนเล็กๆสีชมพู และที่สำคัญ แต่งตัวสบายๆ
ซึ่งก็เทียบเหมือนกับเพลงที่ผมกำลังจะนำเสนอต่อไปนี้ ที่ไม่ต้องมีอุปกรณ์เยอะแยะเหมือนอาหารฝรั่ง แต่ก็รับฟังได้มีความสุข(อิ่ม)ได้เช่นกัน
เมนูของผม เริ่มเสริฟด้วย
1. Moonlight Sonata ของ Beethoven ออเดริฟเริ่มด้วยเพลงเดี่ยวเปียโน เป็นท่อนแรกจากทั้งหมดสามท่อน ที่ฟังไม่กระแทกกระทั้นมาก เพลงนี้เศร้ามากๆ ในความคิดผม เบโธ่เฟ่นไม่ได้ตั้งชื่อเพลงนี้ว่า Moonlight แต่นักฟังสักคนในสมัยก่อนฟังแล้ว ก็เปรียมว่าเหมือนกับ อยู่เงียบๆใต้แสงจันทร์ เพลงนี้ค่อนข้างจะคุ้นหูหลายๆคน เพราะใช้โน๊ตสามตัวหลักเล่นซ้ำไปมา
2. Romance from The Gadfly ของ Shostakovich สำหรับเพลงนี้เริ่ม อาหารเริ่มหนักมาหน่อย เพลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของ The Gadfly Suite ที่มีเรื่องราวมาจากนวนิยาย The Gadfly ของ Ethel Lilian Voynich และช็อคตาโควิชนำมาแต่งเป็นเพลงสำหรับหนัง
3. Emperor Concerto ของ Beethoven เป็นเพลงเดี่ยวเปียโนกับวงใหญ่ เพลงนี้จริงๆแล้วดังทั้งสามท่อน แต่ที่นำมาให้ฟังเป็นท่อนสอง(ท่อนช้า) ที่โรแมนติกมากๆ ครั้นเมื่อผมฟังครั้งแรกจบ ผมต้องวิ่งกดให้ซีดีมันกลับไปเล่นใหม่อีกครั้ง เพราะรู้สึกว่ามันโดนเหลือเกิน ฟังแล้วก็น่าจะมีความสุขกันนะครับ
4. Violin Concerto No. 3 ของ Mozart เป็นเพลงเดี่ยวไวโอลินกับวงใหญ่ ที่นำมาให้ฟังเป็นท่อนสอง(ท่อนช้า) ก็ลองฟังกันดูว่าเพลงของโมสาร์ตเพลงนี้ หวานขนาดไหน
5. Pathetique Sonata ของ Beethoven หลังจากได้กินอาหารหนักๆกันมาแล้วสามจานติด ก็มาพักกินอาหารจานเล็กๆบ้าง Pathetique แปลแบบชาวบ้านๆ ก็แปลว่า มีความรู้สึก ในที่นี้น่าจะเป็นความรักและความเศร้า เพลงนี้เค๊าว่ากันว่าเป็นเพลงโรแมนติกเพลงแรกของเบโธ่เฟ่น ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ก็ลองฟังกันดูว่ามันโรแมนติกจริงหรือเปล่าครับ
6. Meditation "Thais" ของ Massenet (ชื่อเพลงอ่านว่า "ทา-อิส")เพลงนี้เป็นการเดี่ยวไวโอลินกับวงใหญ่ เป็นท่อนๆนึงของโอเปร่าเรื่องทาอิส ผมว่าเพลงนี้ค่อนข้างจะเค้นอารมณ์ทีเดียว
7. Clarinet Concerto ของ Mozart เป็นเพลงเดี่ยวคาลิเน็ตกับวงใหญ่ ที่นำมาให้ฟังเป็นท่อนสอง(ท่อนช้า) คาลิเน็ตได้ถูกคิดค้นขึ้นในช่วงปั้นปลายชีวิตของโมสาร์ต ตัวโมสาร์ตเองชอบเสียงคาลิเน็ตมากๆ เพราะให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและลุ่มลึก โมสาร์ตแต่งเพลงนี้สามเดือนก่อนเสียชีวิต ผมรู้สึกว่าเพลงนี้ทำให้ผมมองโมสาร์ตใหม่ว่า จริงๆแล้วโมสาร์ตก็น่าจะเป็นคนโรแมนติกเหมือนกันครับ
8. Claire de Lune ของ Debussy ผ่านอาหารจานใหญ่กันไปอีกสองเพลง ผมเลยอยากให้ได้พักสักหน่อยกับเพลงนี้ ก่อนที่จะกินอาหารจานเด็ด เพลงนี้เป็นเพลงเดี่ยวเปียโนท่อนนึงจาก Suite bergamasque สำหรับผมเองรู้สึกว่าเพลงนี้ค่อยข้างจะล่องลอย ฟังแล้วก็อ้างว้างดีครับ
9. Piano Concerto No.1 ของ Chopin ผมถือว่าเพลงนี้เป็นอาหารจานเด็ดของโต๊ะจีนนี้เลยครับ ถ้าพูดถึงเปียโน ก็ต้องเจ้าพ่อเปียโนอย่างโชแปง เพลงนี้เป็นเพลงเดี่ยวเปียโนกับวงใหญ่ ที่นำมาให้ฟังเป็นท่อนสอง(ท่อนช้า) เพลงนี้ใจจริงของโชแปงคิดกะจะเก็บไว้เล่นเองในหมู่ครอบครัวหรือเพื่อนสนิทเท่านั้น จุดนี้สามารถที่จะตีความได้ว่า การแต่งเพลงนี้ของโชแปงไม่ได้เอาใจผู้ฟังโดยทั่วไป แต่น่าจะแต่งตามที่อยากจะแต่งมากกว่า ฉะนั้นเพลงนี้ก็ควรที่จะแสดงถึงความรู้สึกของโชแปงได้ดีทีเดียว สำหรับผมแล้วมันเป็นเพลงที่โรแมนติกมากๆ ที่มีครบทุกรสชาติเลยครับ ทั้งดีใจ เสียใจ เศร้าใจ โกรธ แค้น งง เงียบอยู่คนเดียว ยินดี ฯลฯ และความรู้สึกที่เหมือนกับว่าเราเข้าใจอะไรๆหลายๆอย่างได้ดีครับ
10. Nocturne No.2 Op. 9 in E-flat ของ Chopin จานนี้เป็นของของหวานตบท้ายครับ จะได้แก้เลี่ยนพวกของคาวทั้งหลายได้บ้าง ผมเองพยายามหาชื่อที่เรียกง่ายๆของเพลงนี้เหมือนกันครับ แต่ก็ยังหาไม่ได้ครับ Nocturne แปลว่า เพลงกลางคืน จริงๆโชแปงแต่ง Nocturne ไว้หลายชิ้น แต่บางชิ้นนี่ค่อนข้างจะแปลกๆ คือไม่เหมือนอยากจะให้เราหลับเท่าไหรเลย แต่งชิ้นที่เลือกมานี้ฟังไม่ยากครับและ Nocturne สมชื่อด้วย ถ้าจะให้ดีก็น่าจะไว้ฟังก่อนนอน จะได้นอนหลับคิดถึง"คนๆนั้น"ให้มีความสุขตลอดคืนครับ
ลองชิมดูละกันครับ ว่า โต๊ะจีนของผมอร่อยมั้ย
So would I, Dr.
ผมได้ลองรวบรวมเพลงในแบบฉบับของผมที่คิดว่าคนทั่วไปน่าจะเคยได้ยินกันแล้วชอบ
ผมตั้งชือให้ว่า Romanze Vol.1 เพราะเพลงที่ผมเลือกออกจะโรแมนติกซะเกือบหมด ผมกะเวลาให้ไม่เกิน 80 นาที ฉะนั้นสามารถอัดไว้ฟังเป็นซีดีได้นะครับ
การเรียงลำดับเพลงของผม ใจนึงก็อยากจะจินตนาการเหมือนกันการกินอาหารหรูหราของคนฝรั่ง ที่ต้องมีอุปกรณ์มากมาย ช้อนซ่อมเป็นสิบคัน แก้วหลายๆใบ เสริฟเป็นจานใหญ่ๆหลายๆชุด และต้องแต่งตัวดูดีๆหน่อย ไม่งั้นเดี๋ยวบ๋อยจะเหยียดเอา
แต่พอมาคิดดูแล้ว ผมลงความเห็นกับตัวเองว่า ให้จินตนาการเหมือนกำลังกิน"โต๊ะจีน"แบบบ้านเราดีกว่า อุปกรณ์การกินมีแค่ตะเกียบหนึ่งคู่ ช้อนเล็กๆหนึ่งคัน แก้วน้ำหนึ่งใบ กระดาษทิชชู่ผืนเล็กๆสีชมพู และที่สำคัญ แต่งตัวสบายๆ
ซึ่งก็เทียบเหมือนกับเพลงที่ผมกำลังจะนำเสนอต่อไปนี้ ที่ไม่ต้องมีอุปกรณ์เยอะแยะเหมือนอาหารฝรั่ง แต่ก็รับฟังได้มีความสุข(อิ่ม)ได้เช่นกัน
เมนูของผม เริ่มเสริฟด้วย
1. Moonlight Sonata ของ Beethoven ออเดริฟเริ่มด้วยเพลงเดี่ยวเปียโน เป็นท่อนแรกจากทั้งหมดสามท่อน ที่ฟังไม่กระแทกกระทั้นมาก เพลงนี้เศร้ามากๆ ในความคิดผม เบโธ่เฟ่นไม่ได้ตั้งชื่อเพลงนี้ว่า Moonlight แต่นักฟังสักคนในสมัยก่อนฟังแล้ว ก็เปรียมว่าเหมือนกับ อยู่เงียบๆใต้แสงจันทร์ เพลงนี้ค่อนข้างจะคุ้นหูหลายๆคน เพราะใช้โน๊ตสามตัวหลักเล่นซ้ำไปมา
2. Romance from The Gadfly ของ Shostakovich สำหรับเพลงนี้เริ่ม อาหารเริ่มหนักมาหน่อย เพลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของ The Gadfly Suite ที่มีเรื่องราวมาจากนวนิยาย The Gadfly ของ Ethel Lilian Voynich และช็อคตาโควิชนำมาแต่งเป็นเพลงสำหรับหนัง
3. Emperor Concerto ของ Beethoven เป็นเพลงเดี่ยวเปียโนกับวงใหญ่ เพลงนี้จริงๆแล้วดังทั้งสามท่อน แต่ที่นำมาให้ฟังเป็นท่อนสอง(ท่อนช้า) ที่โรแมนติกมากๆ ครั้นเมื่อผมฟังครั้งแรกจบ ผมต้องวิ่งกดให้ซีดีมันกลับไปเล่นใหม่อีกครั้ง เพราะรู้สึกว่ามันโดนเหลือเกิน ฟังแล้วก็น่าจะมีความสุขกันนะครับ
4. Violin Concerto No. 3 ของ Mozart เป็นเพลงเดี่ยวไวโอลินกับวงใหญ่ ที่นำมาให้ฟังเป็นท่อนสอง(ท่อนช้า) ก็ลองฟังกันดูว่าเพลงของโมสาร์ตเพลงนี้ หวานขนาดไหน
5. Pathetique Sonata ของ Beethoven หลังจากได้กินอาหารหนักๆกันมาแล้วสามจานติด ก็มาพักกินอาหารจานเล็กๆบ้าง Pathetique แปลแบบชาวบ้านๆ ก็แปลว่า มีความรู้สึก ในที่นี้น่าจะเป็นความรักและความเศร้า เพลงนี้เค๊าว่ากันว่าเป็นเพลงโรแมนติกเพลงแรกของเบโธ่เฟ่น ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ก็ลองฟังกันดูว่ามันโรแมนติกจริงหรือเปล่าครับ
6. Meditation "Thais" ของ Massenet (ชื่อเพลงอ่านว่า "ทา-อิส")เพลงนี้เป็นการเดี่ยวไวโอลินกับวงใหญ่ เป็นท่อนๆนึงของโอเปร่าเรื่องทาอิส ผมว่าเพลงนี้ค่อนข้างจะเค้นอารมณ์ทีเดียว
7. Clarinet Concerto ของ Mozart เป็นเพลงเดี่ยวคาลิเน็ตกับวงใหญ่ ที่นำมาให้ฟังเป็นท่อนสอง(ท่อนช้า) คาลิเน็ตได้ถูกคิดค้นขึ้นในช่วงปั้นปลายชีวิตของโมสาร์ต ตัวโมสาร์ตเองชอบเสียงคาลิเน็ตมากๆ เพราะให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและลุ่มลึก โมสาร์ตแต่งเพลงนี้สามเดือนก่อนเสียชีวิต ผมรู้สึกว่าเพลงนี้ทำให้ผมมองโมสาร์ตใหม่ว่า จริงๆแล้วโมสาร์ตก็น่าจะเป็นคนโรแมนติกเหมือนกันครับ
8. Claire de Lune ของ Debussy ผ่านอาหารจานใหญ่กันไปอีกสองเพลง ผมเลยอยากให้ได้พักสักหน่อยกับเพลงนี้ ก่อนที่จะกินอาหารจานเด็ด เพลงนี้เป็นเพลงเดี่ยวเปียโนท่อนนึงจาก Suite bergamasque สำหรับผมเองรู้สึกว่าเพลงนี้ค่อยข้างจะล่องลอย ฟังแล้วก็อ้างว้างดีครับ
9. Piano Concerto No.1 ของ Chopin ผมถือว่าเพลงนี้เป็นอาหารจานเด็ดของโต๊ะจีนนี้เลยครับ ถ้าพูดถึงเปียโน ก็ต้องเจ้าพ่อเปียโนอย่างโชแปง เพลงนี้เป็นเพลงเดี่ยวเปียโนกับวงใหญ่ ที่นำมาให้ฟังเป็นท่อนสอง(ท่อนช้า) เพลงนี้ใจจริงของโชแปงคิดกะจะเก็บไว้เล่นเองในหมู่ครอบครัวหรือเพื่อนสนิทเท่านั้น จุดนี้สามารถที่จะตีความได้ว่า การแต่งเพลงนี้ของโชแปงไม่ได้เอาใจผู้ฟังโดยทั่วไป แต่น่าจะแต่งตามที่อยากจะแต่งมากกว่า ฉะนั้นเพลงนี้ก็ควรที่จะแสดงถึงความรู้สึกของโชแปงได้ดีทีเดียว สำหรับผมแล้วมันเป็นเพลงที่โรแมนติกมากๆ ที่มีครบทุกรสชาติเลยครับ ทั้งดีใจ เสียใจ เศร้าใจ โกรธ แค้น งง เงียบอยู่คนเดียว ยินดี ฯลฯ และความรู้สึกที่เหมือนกับว่าเราเข้าใจอะไรๆหลายๆอย่างได้ดีครับ
10. Nocturne No.2 Op. 9 in E-flat ของ Chopin จานนี้เป็นของของหวานตบท้ายครับ จะได้แก้เลี่ยนพวกของคาวทั้งหลายได้บ้าง ผมเองพยายามหาชื่อที่เรียกง่ายๆของเพลงนี้เหมือนกันครับ แต่ก็ยังหาไม่ได้ครับ Nocturne แปลว่า เพลงกลางคืน จริงๆโชแปงแต่ง Nocturne ไว้หลายชิ้น แต่บางชิ้นนี่ค่อนข้างจะแปลกๆ คือไม่เหมือนอยากจะให้เราหลับเท่าไหรเลย แต่งชิ้นที่เลือกมานี้ฟังไม่ยากครับและ Nocturne สมชื่อด้วย ถ้าจะให้ดีก็น่าจะไว้ฟังก่อนนอน จะได้นอนหลับคิดถึง"คนๆนั้น"ให้มีความสุขตลอดคืนครับ
ลองชิมดูละกันครับ ว่า โต๊ะจีนของผมอร่อยมั้ย

9 Comments:
แหม..
โรแมนติกเหมือนกันนะชูนี่ ฮ่าๆ
ตอบเม้นต์ก่อนแล้วจะไปโหลดเพลง โหลดมาฟังแล้วได้ฟามว่าอะไรจะมาเล่า
....
เราเคยฟังเพลงที่ 3,4,7,8,9,10 ไปแล้ว
ในบรรดาเพลงทั้งหมด เพลงที่ชอบที่สุดคงหนีไม่พ้น clarinet concerto ของ โม. ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน แต่เป็นเพลงที่เราเลือกเล่นเสมอตอนจะเริ่มฟังเพลงคลาสสิค พออ่านที่ชูเขียนว่าพอฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกว่าโมสาร์ตเป็นคนโรแมนติก เลยแอบคิดเพ้อเจ้อไปว่า เราชอบเพลงนี้เพราะเราเป็นคนโรแมนติกรึป่าวนะ ฮ่าๆๆๆ
เราไปโหลดเพลงอื่นมาฟังก่อนละกัน แล้วจะมาเม้นต์ใหม่ ขอบคุณสำหรับการแนะนำเพลงจ้ะ
By
carré de mim, at May 17, 2006 10:54 PM
น่าสนใจ แล้วจะลองดาวโหลดมาฟังดูนะ ฟังเพลงแล้วมีข้อมูลของเพลง คงทำให้น่าฟังยิ่งขึ้น โดยส่วนตัวกูชอบฟังเพลงนะ แต่ไม่ใช่แนวคลาสสิคหนะ แต่ของแบบนี้แล้วแต่ความชอบวะ ขึ้นชึ่อว่าดนตรี ฟังแล้วจรรโลงใจวะ ซุปดีๆอีกถ้วย
By
Lex Luthor, at May 20, 2006 3:45 AM
ก็ลองฟังดู อ้อม ชอบไม่ชอบไม่เป็นไร แต่ขอให้เราไม่ชอบเพราะว่าเราได้ลองแล้ว รู้แล้ว เข้าใจแล้วว่ามันเป็นอย่างไร จึงไม่ชอบ ดีกว่าไม่ชอบเพราะยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร ประเด็นหลังนี้น่าเสียดายแทน
หลายๆคนเค๊าว่า เพลงหรือดนตรีเป็น "รักครั้งแรก" ของคน
โดยที่เพลงประเภทอื่นๆอาจจะเป็น "รักแรกพบ"
สำหรับเพลงคลาสสิคนะ น้อยมากที่จะเป็น "รักแรกพบ" (และนี่อาจจะเป็นข้อด้อยของมันก็ได้)
ส่วนมากต้องคบกันไปสักพักวะ ดูดูกัน (อย่าไปดูบูนะ) อยู่ด้วยกันไปสักพักวะ อาจจะต้องใช้ว่าเวลาหน่อย เป็นเดือนๆหรืออาจจะเป็นปีๆก็ได้
ถ้ารักมันเข้าแล้วก็รักเลยนะ แต่ถ้าไม่รักก็คงไม่รัก ก็คนไม่รักกันแล้ว คงไปบังคับกันไม่ได้
สมัยก่อนกูก็ฟังเพลงป็อบ กูชอบมากๆด้วย (ไม่เชื่อถามกระสาบได้) แต่หลังจากกูได้คบกับเพลงคลาสสิคแล้ว กูพอเข้าใจได้ว่า
เพลงคลาสสิคฟังไม่ยากอย่างที่คิด
ลองหาเวลาว่างๆนั่งฟังมันดู "แบบเปิดใจ" ฟังเงียบๆ ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องคาดหวังอะไรจากมันมาก ไม่ต้องคาดว่าเพลงนี้จะเหมือนเพลงไหนๆที่เคยได้ยินมาหรือเปล่า หรือพยายามหาท่อนฮุกมันอยู่ตรงไหน เราเคยได้ฟังแล้วหรือเปล่า
แต่ในทางกลับกัน ให้มันหาเราเอง อาจจะต้องใช้เวลาหลายๆครั้งในการที่จะให้มันค้นหาเราวะ
เวลาส่วนใหญ่ที่กูฟังเพลงคลาสสิคอันที่ไม่เคยฟังมาก่อน คือเวลาที่กูอ่านหนังสือวะ กูจะเปิดมันไปด้วย ซึ่งกูจะไม่ได้คิดอะไรถึงเพลงที่เปิดเลย ถ้าเพลงไหนที่ประทับใจกู อยู่ดีๆมันก็จะติดหูกูเอง ทำให้กูต้องกลับไปฟังใหม่อีกรอบซ้ำ เป็นอย่างงี้ไปเรื่อยๆ
สิ่งที่กูหามันเจอ คือ มันเป็นเพลงประเภทเดียวที่สามารถจะพูดหรือสื่อสารกับ"ใจ"โดยตรงทันที โดยที่ไม่ต้องผ่านสมองเลย และนั่นกูคิดว่าเป็นสิ่งที่วิเศษสุดของคำว่า "ดนตรี" วะ
สิ่งนี้เองเป็นสิ่งที่กูอยากให้ทุกคนได้ลิ้มลองจากมัน
By
Chu Huey, at May 21, 2006 1:50 PM
โดยปกติ ญ ฟังเพลงทุกวันเหมือนกัน เห็นด้วยกับชูฮวยว่าเพลงคลาสสิกสามารถสื่อสารกับ"ใจ"ได้โดยตรง เพราะเวลาฟังเพลง ญ จะตามเนื้อเพลงไปด้วยแบบไม่ต้องตั้งใจ มันเดินตามไปเองฉะนั้นมันก็เลยผ่านสมองก่อน บางเพลงเนื้อหาดี แต่ดนตรีไม่ได้ บางเพลงดนตรีไพเราะแต่ใช้คำไม่ค่อยสวย ถึงบางเพลงเนื้อหาจะโดนมาก ๆ แต่ทำไมฟังแล้วไม่รู้สึกชอบ
ตอนที่ฟังเพลงคลาสสิกเป็นอีกอารมณ์หนึ่ง มันไม่ผ่านสมองอย่างที่ชูฮวยว่าไว้จริง ๆ มันรู้สึกเลย เคยบอกชูฮวยว่าเอาไว้ฟังสิบรอบแล้วค่อย comment แต่ว่าตอนนี้ฟังไปกี่รอบแล้วไม่รู้อ่ะ บอกไม่ถูกว่าชอบเพลงไหนที่สุด บางทีเศร้าๆ ก็ชอบเพลงหนึ่ง เบื่อนิดๆก็อีกเพลง แฮปปี้หน่อยก็ว่าเพลงนั้นเพราะกว่า ไป ๆ มาๆ ก็เลยยังสรุปไม่ได้ 55
แต่ว่า ๆ ฟังตอนเหงา ๆจะอินสุด
By
Anonymous, at June 02, 2006 5:24 AM
อ่า ได้ยินแบบนี้ก็ยินดีด้วยนะ ญ
ฟังแล้วรู้สึกชอบ ก็โอเคแล้ว
จริงๆมันไม่มีบันไดอย่างที่คนเค๊าคิดกันหรอก
"บันได" คือสิ่งที่คนจินตนาการ หรือคิดล่วงหน้าไว้ ก่อนที่จะฟังเสียอีก สำหรับเราแล้ว ไม่เห็นรู้สึกเลยว่ามันมีบันไดกั้น
ดนตรีมันเดินมาหาเราเองต่างหาก
ส่วนเพลงร้องที่ทั่วไปที่ได้ยินกันทุกวันตามคลื่นวิทยุอ่ะ สำหรับเราแล้ว เรียกว่าแต่"กลอน"มากกว่า คือหากลอนดีๆ เนื้อหาโดนๆ แล้วเอาดนตรีที่มันสอดคล้อง ฟังครั้งเดียวแล้วติดหู
แต่ก็มีหลายเพลงเหมือนกัน ที่แต่งจังหวะ ทำนอง ได้ดีจริงๆ
อย่างไรก็ดี เนื่องด้วยมันมี"กลอน" เราก็เลยต้องพิจารณากลอนไปด้วย เลยทำให้มันต้องผ่านสมองก่อน
แต่ถ้าเสียงร้องที่ดี ก็อาจจะทำให้เราลืมเนื้อร้องไปได้เหมือนกัน เพลงฝรั่งที่เราฟังหลายๆเพลงอ่ะ เรารู้สึกว่าเค๊าร้องดี ก่อนที่เราจะไปหาความหมายของเพลงเสียอีก อย่าง "I will be always love you" เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ดนตรีมันแสดงถึงความรู้สึกและอารมณ์ ของเราได้เป็นอย่างดี โดยคำพูดเฉยๆมันพรรณนาได้ไม่หมด แต่บทเพลงมันสามารถรวมทุกสิ่งทุกอย่าง และพรรณนาออกมาได้หมด
ไว้จะจัดโต๊ะจีนให้อีกหละกัน
By
Chu Huey, at June 03, 2006 4:05 PM
เข้าไม่ถึงจริงๆวะเพื่อน หูกูไม่ถึงจริงๆ เพลงแบบไม่มีดนตรีที่กูพอจะฟังได้ก็เป็นพวกเปียโน jim brickman ปี่สก๊อตโรงเรียนเรากูก็ชอบฟังนะ เสียงมันบาดไปถึงใจดี แต่ที่ชอบที่สุดเห็นจะเป็นเสียงโซโล่ไวโอลิน ในเพลงrush rushของpaula abdul ที่คีนู รีฟเป็นพระเอกมิวสิค ตอนสมัยยังหนุ่มๆผมยาว ฟังกี่ทีก็ผ่อนคลายวะ
By
Lex Luthor, at June 07, 2006 8:12 AM
โต๊ะจีนโต๊ะนี้ ท่าทางจะหลายตัง
อ่านชื่อแล้วก็งงๆ ครับ ไม่รอบรู้ด้านนี้เลยครับ แต่ก็ได้ความรู้ดี หลังจากอ่านสองบทความหลังสุด ก็ทำให้ผมสรุปได้ว่า พี่เป็นคนขี้เหงา .... ก็.... เอาใจช่วยครับ เดี๋ยวก็คงเจอหละครับ The One.
By
สหายดุ่ย, at June 16, 2006 5:01 AM
๕๕๕ โต๊ะนี้ไม่แพงหรอก
กินฟรีด้วยซ้ำ
ขอเพียงให้ลองได้หยิบไปชิมติดไม้ติดมือไปบ้าง พ่อครัวก็ปลื้มแล้ว
ก็ต้องมีกันบ้างวะ น้อง
อยู่เงียบๆคนเดียวมานานแล้ว
ก็ต้องเหงาหน่อยดิ
ก็หวังไว้เหมือนกัน ว่าเดี๋ยวคงเจอ "The one"
สาธุ...
มึงก็ด้วยนะ "สหายดุ่ย" เดี๋ยงก็คงเจอเหมือนกันนะ
By
Chu Huey, at June 17, 2006 9:21 PM
Great site loved it alot, will come back and visit again.
»
By
Anonymous, at August 11, 2006 12:18 PM
Post a Comment
<< Home