แฮปปี้เบริดเดย์ โมสาร์ต (Happy Birthday Mozart)
วันที่ 27 มกราคม มีความสำคัญสองอย่างสำหรับผม หนึ่งก็คือวันเกิดของโมสารต์ ปีนี้ยิ่งพิเศษไปใหญ่ เพราะถ้าตอนนี้โมสาร์ตยังมีชีวิตอยู่ ก็คงอายุ 250 ปีพอดี
เพราะฉะนั้น ในปีนี้ บรรดาฮอลคอนเสริตต่างๆทั้วโลก จะเล่นเพลงของโมสาร์ตกันมากกว่าทุกๆปี โดยเฉพาะ รีเควีม (Requiem) ซึ่งน่าจะเป็นเพลงของโมสาร์ตที่เล่นกันเยอะที่สุด
รีเควีม (Requiem) แปลเป็นภาษาชาวบ้านอย่างผมก็คือ “เพลงแห่ศพ” เป็นเพลงสุดท้ายที่โมสาร์ตแต่ง (ไม่เสร็จ) ไว้ก่อนจะหมดลมหายใจ
จากเรื่องราวที่รู้มา ก็คือ ในช่วงบั้นปลายชีวิตของโมสาร์ต ค่อนข้างจะขัดสนเรื่องเงินทอง ถึงขนาดที่ว่าต้องรีบแต่งเพลงเพื่อแลกเงิน ว่ากันว่า โมสาร์ตแต่งซิมโฟนี 3 เบอร์สุดท้าย Symphony No.39, No. 40, และ No. 41 ภายในเวลา 6 สัปดาห์เท่านั้น (เบโธเฟ่นแต่งซิมโฟนีบทนึงใช้เวลาเป็นปี) และช่วงเดียวกันนั้น โมสาร์ตก็โดนว่าจ้างจากคนแปลกหน้าให้แต่ง รีเควีม ด้วยค่าจ้างอย่างงาม
แต่ด้วยโรคทั้งหลายแหล่ที่รุ่มเร้า ร่างกายที่ทรุดโทรม และเป็นผู้เดียวที่ทำงานหนักเพื่อหาเงินให้กับครอบครัว โมสาร์ตก็สิ้มลมหายใจพร้อมกับโน๊ตเพลง รีเควีม ที่วางอยู่ข้างๆกาย เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1791 (ภายหลัง ลูกศิษย์ของโมสาร์ต (ผมจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร) แต่งรีเควีมบทนี้จนเสร็จสมบูรณ์)
ในความคิดของผม รู้สึกแปลกๆอยู่อย่างนึง คือ ธรรมดาเวลามีคนจ้างแต่งเพลง ก็น่าจะเป็นที่รู้กันว่าใครเป็นคนจ้าง แต่สำหรับรีเควีมบทนี้ กลับไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนว่าจ้าง แม้แต่ตัวโมสาร์ตเองก็ไม่เคยเห็นหน้าผู้ว่าจ้างรายนี้ แต่เหมือนกับว่าโมสาร์ตรู้ว่าใกล้วันตายของตัวเองแล้วมากกว่าเสียอีก
ผมเองก็ไม่ค่อยชอบฟังเพลงนี้สักเท่าไหร เพราะไม่ไพเราะน่าฟังเหมือนเพลงอื่นๆของโมสาร์ต อีกอย่างนึงก็คือ พอคิดถึงที่มาที่ไปของเพลงนี้แล้ว...รู้สึกขนลุก... มีโอกาสก็ลองหาฟังกันนะครับ
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ก็คือ เป็นวันเกิดของน้องชายคนเล็กผมด้วย
สุขสันต์วันเกิดทั้งคู่
เพราะฉะนั้น ในปีนี้ บรรดาฮอลคอนเสริตต่างๆทั้วโลก จะเล่นเพลงของโมสาร์ตกันมากกว่าทุกๆปี โดยเฉพาะ รีเควีม (Requiem) ซึ่งน่าจะเป็นเพลงของโมสาร์ตที่เล่นกันเยอะที่สุด
รีเควีม (Requiem) แปลเป็นภาษาชาวบ้านอย่างผมก็คือ “เพลงแห่ศพ” เป็นเพลงสุดท้ายที่โมสาร์ตแต่ง (ไม่เสร็จ) ไว้ก่อนจะหมดลมหายใจ
จากเรื่องราวที่รู้มา ก็คือ ในช่วงบั้นปลายชีวิตของโมสาร์ต ค่อนข้างจะขัดสนเรื่องเงินทอง ถึงขนาดที่ว่าต้องรีบแต่งเพลงเพื่อแลกเงิน ว่ากันว่า โมสาร์ตแต่งซิมโฟนี 3 เบอร์สุดท้าย Symphony No.39, No. 40, และ No. 41 ภายในเวลา 6 สัปดาห์เท่านั้น (เบโธเฟ่นแต่งซิมโฟนีบทนึงใช้เวลาเป็นปี) และช่วงเดียวกันนั้น โมสาร์ตก็โดนว่าจ้างจากคนแปลกหน้าให้แต่ง รีเควีม ด้วยค่าจ้างอย่างงาม
แต่ด้วยโรคทั้งหลายแหล่ที่รุ่มเร้า ร่างกายที่ทรุดโทรม และเป็นผู้เดียวที่ทำงานหนักเพื่อหาเงินให้กับครอบครัว โมสาร์ตก็สิ้มลมหายใจพร้อมกับโน๊ตเพลง รีเควีม ที่วางอยู่ข้างๆกาย เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1791 (ภายหลัง ลูกศิษย์ของโมสาร์ต (ผมจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร) แต่งรีเควีมบทนี้จนเสร็จสมบูรณ์)
ในความคิดของผม รู้สึกแปลกๆอยู่อย่างนึง คือ ธรรมดาเวลามีคนจ้างแต่งเพลง ก็น่าจะเป็นที่รู้กันว่าใครเป็นคนจ้าง แต่สำหรับรีเควีมบทนี้ กลับไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนว่าจ้าง แม้แต่ตัวโมสาร์ตเองก็ไม่เคยเห็นหน้าผู้ว่าจ้างรายนี้ แต่เหมือนกับว่าโมสาร์ตรู้ว่าใกล้วันตายของตัวเองแล้วมากกว่าเสียอีก
ผมเองก็ไม่ค่อยชอบฟังเพลงนี้สักเท่าไหร เพราะไม่ไพเราะน่าฟังเหมือนเพลงอื่นๆของโมสาร์ต อีกอย่างนึงก็คือ พอคิดถึงที่มาที่ไปของเพลงนี้แล้ว...รู้สึกขนลุก... มีโอกาสก็ลองหาฟังกันนะครับ
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ก็คือ เป็นวันเกิดของน้องชายคนเล็กผมด้วย
สุขสันต์วันเกิดทั้งคู่
